เป็นพื้นที่ให้องค์กรชุมชนเข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นสะท้อนปัญหา และเสนอแนะความต้องการแนวทางการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น โดยเปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วม

วันพฤหัสบดีที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2554

สภาองค์กรชุมชน จังหวัดเชียงรายร่วมใจช่วยภัยน้ำท่วม



เครือข่ายสภาองค์กรชุมชน จังหวัดเชียงราย ร่วมใจกับภาคีเครือข่ายภาคประชาชนในจังหวัดเชียงราย กว่า ๒๐ องค์กร อาทิเช่น มูลนิธิพัฒนาชุมชนในเขตภูเขา ADRA ประเทศไทย ศูนย์ลูกหญิง วายเอ็มซีเอ เครือข่ายปฏิรูปที่ดิน จังหวัดเชียงราย สมาคมสร้างสรรค์ชีวิตและสิ่งแวดล้อม เครือข่ายสถานีวิทยุชุมชน ฯลฯ ได้ตั้งศูนย์รับบริจาคต่อเนื่อง ภายใต้ความร่วมมือนี้ ในนาม "เครือข่ายประชาชนเชียงราย ช่วยเหลือผู้ประสบภัย" โดยมีเป้าหมายร่วมกัน เพื่อช่วยเหลือและช่วยกันแก้ไขปัญหาภัยพิบัติระยะยาว ทุก ๆ เรื่อง ทั้งเรื่องภัยน้ำท่วม ดินถล่ม ดินสไลด์ ภัยแล้ง ภัยหนาว ฯลฯ ที่เกิดขึ้นภายในจังหวัดและต่างจังหวัดทั่วประเทศ
ที่ผ่านมามีการเก็บรวมรวมข้าวสาร อาหารแห้ง ฟัก ฟักทอง กล้วย น้ำดื่ม เมล็ดพันธุ์พืชพื้นบ้าน บางส่วน และได้รับความร่วมมือจากสภาองค์กรชุมชนเทศบาลตำบลครึ่ง สภาองค์กรชุมชนตำบลดอนศิลา สภาองค์กรชุมชนตำบลเวียงกาหลง สภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านโป่ง สภาองค์กรชุมชนตำบลแม่เจดีย์ สภาองค์กรชุมชนตำบลสันสลี สภาองค์กรชุมชนตำบลทานตะวัน สภาองค์กรชุมชนตำบลแม่กรณ์ สภาองค์กรชุมชนตำบลแม่ไร่ มูลนิธิพัฒนาชุมชนในเขตภูเขา แอ๊ดดร้าประเทศไทย ฯลฯ
ซึ่งสิ่งของที่ได้รับการบริจาคนั้น "เครือข่ายประชาชนเชียงราย ช่วยเหลือผู้ประสบภัย" ได้ประสานงานกับองค์กรร่วมด้วยช่วยกัน เครือข่ายลุ่มน้ำภาคเหนือ ได้นำข้าวของบริจาคลงไปแจกจ่ายให้แก่พี่น้องผู้ประสบภัยภาคกลาง ในระยะแรก ๆ ในระยะต่อมา ได้นำไปสมทบกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน สำนักงานปฏิบัติการภาคเหนือตอนบน และอีกส่วนหนึ่งที่เครือข่ายปฏิรูปที่ดิน จังหวัดเชียงราย รวบรวมได้ก็นำไปสมทบเครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคเหนือ (จังหวัดเชียงใหม่)
ปัจจุบันเครือข่ายยังมีการเก็บรวบรวมสิ่งของบริจาคต่อเนื่องออกไปอีก เพื่อช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบภัยอื่น ๆ ต่อไป

วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

สภาองค์กรชุมชนตำบลปอ

ตำบลปอ มีลักษณะเป็นภูเขาสูงเป็นส่วนใหญ่ มีที่ราบระหว่างเชิงเขาเป็นชุมชนที่อยู่อาศัยระหว่างเทือกเขาดอยยาว ดอยผาหม่นอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล ๑,๖๓๕ เมตร พื้นที่ป่าบางส่วนยังมีความอุดมสมบูรณ์ตามบริเวณแนวชายแดนที่ติดกับสาธารณะรัฐประชาธิปไตย ประชาชนลาว มีสัตว์ป่าหลายชนิด บางส่วนถูกบุกรุกเพื่อปลูกพืชเศรษฐกิจ เช่น ข้าว ข้าวโพด หอมหัวใหญ่ ผักเมืองหนาวและไม้ผล ลำไย ส้ม ส้มโอ แต่ปัจจุบันเกษตรกร หันมาปลูกยางพารามากขึ้น และเป็นพื้นที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะดอยผาตั้งซึ่งเป็นหมู่บ้านของผู้อพยพทหารจีนคณะชาติกองพลที่ ๙๓ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดเชียงราย พื้นที่ดังกล่าวอยู่ภายใต้การดูแลของมูลนิธิโครงการหลวง หน่วยงานทหาร และองค์การบริหารส่วนตำบลปอ มีระยะทางห่างจากตัวเมืองเชียงราย ๑๖๔ กิโลเมตร ประชากรทั้งสิ้น จำนวน ๔,๓๖๗ หลังคาเรือน ๑๕,๖๗๔ คน ชาย ๘,๒๒๖ คน หญิง ๗,๗๔๘ คน มีชนเผ่าที่หลากหลาย อาทิเช่น ไทลื้อ อาข่า จีนคณะชาติ ม้ง และคนพื้นเมือง

ที่ผ่านมามีกระบวนการทำงานพัฒนามาอย่างต่อเนื่องของเครือข่ายชมรมม้ง ๕ จังหวัดภาคเหนือ ตอนบน ต่อมาได้จัดตั้งเป็นเครือข่ายในระดับพื้นที่ คือ เครือข่ายเกษตรดอยยาว- ดอยผาหม่นขึ้นโดยมีสมาคมสร้างสรรค์ชีวิตและสิ่งแวดล้อม และเครือข่ายทรัพยากรที่ดินจังหวัดเชียงรายให้การหนุนเสริม เครือข่ายมีพื้นที่ครอบคลุม ตำบล อำเภอ คือ ต.ปอ อ.เวียงแก่น ต.ตับเต่า อ.เทิง และ ต.ยางฮอม อ.ขุนตาล มีการขับเคลื่อนงานในประเด็นการแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยเป็นหลัก ส่วนประเด็นอื่น ๆ ก็มีการทำงานแบบควบคู่กันไป เช่น ประเด็นทรัพยากรสิ่งแวดล้อม ภัยพิบัติ ส่งเสริมการท่องเที่ยวฯ ศูนย์เรียนรู้ทางวัฒนธรรม ชนเผ่าม้ง ฯลฯ

สภาองค์กรชุมชนตำบลปอ จัดตั้งเมื่อวันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๕๑ โดยมีหมู่บ้านเข้าร่วมในการจัดตั้งสภาฯ จำนวน หมู่บ้านจาก ๒๐ หมู่บ้าน มีองค์กรชุมชนจำนวน ๒๙ กลุ่ม โดยประชากรส่วนใหญ่เป็นชนเผ่าม้ง ส่วนคนพื้นเมืองยังไม่เข้าร่วมในการจัดตั้งสภาฯ และต่อมาได้มีการจัดแจ้งกลุ่มเพิ่มอีกจำนวน ๕ กลุ่ม รวมเป็น ๓๔ กลุ่ม โดยมียุทธศาสตร์การทำงาน ๗ เรื่อง โดยเน้นยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยเป็นประเด็นหลัก




วันพุธที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

เชียงรายมหานคร จังหวัดจัดการตนเอง


คำ ว่า "จัดการตนเอง" เิป็นวาทะหนึ่งของกระแสสังคมในปัจจุบัน ทำให้มีความเข้าใจแตกต่างกันไป บ้างก็ว่า เป็นการแบ่งแยกดินแดน เป็นรัฐอิสระเพื่อปกครองตนเอง และเป็นกระบวนการขับเคลื่อนที่ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่

คำตอบ ก็คือ เป็นการขับเคลื่อนภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ ตามมาตรา ๒๘๑ มาตรา ๗๘(๓) มาตรา ๑๖๓ เป็นกระบวนการขับเคลื่อนเพื่อเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารประเทศ ให้มีการกระจายอำนาจอย่างแท้จริง จึงเป็นกระบวนการที่ต้องการความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนเชียงราย ทุกคน ทุกภาคส่วน เข้ามาร่วมกัน
มีเป้าหมาย เพื่อ
๑) ตั้งปณิฐานที่จะพึ่งตนเอง
๒) มีความรักเชียงรายเป็นพื้นฐาน
๓) มีความภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมล้านนา
๔) ร่วมขับเคลื่อนโดยพลังภาคพลเมือง
๕) เคารพในความหลากหลายทางความคิดและชาติพันธุ์

จังหวัดเชียงราย จึงเป็นจังหวัดหนึ่ง ใน ๔๕ จังหวัดของประเทศไทย ที่มีการรวมตัวกันของหน่วยงาน องค์กร เครือข่ายฯ ทั้งเสื้อเหลือง เสื้อแดง อาทิเช่น สภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย เครือข่ายสภาองค์กรชุมชน จังหวัดเชียงราย เครือข่ายหมอเมือง สมัชชาสุขภาพจังหวัดเชียงราย มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย สื่อมวลชน วิทยาลัยนานาชาติลุ่มน้ำโยง สมาคมพัฒนาประชากร PDA มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง สมาคมสร้างสรรค์ชีวิตและสิ่งแวดล้อม กศน.อำเภอเทิง เครือข่ายปฏิรูปที่ดินจังหวัดเชียงราย โรงเรียนวิรุณบริหารธุรกิจ ศูนย์พัฒนาศักยภาพบุคคลเชียงราย ศูนย์ประสานงานภาคประชาสังคม สภาพัฒนาการเมือง สำนักข่าวพลเมืองอภิวัฒน์ มูลนิธิพัฒนาชุมชนในเขตภูเขา เครือข่ายผู้เสียโอกาศกลุ่มชา่ติพันธุ์ คณะกรรมการสมัชชาปฏิรูปและคนจนเมือง ฯลฯ ทุกกลุ่ม เครือข่าย องค์กร ต่าง ๆ ล้วนแต่มีความห่วงใยความขัดแย้งทางการเมืองที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อ จังหวัดเชียงราย
ซึ่งเดิมประวัติศาสตร์เมืองเจียงฮาย ถือว่าเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยมาช้านาน ตามตำนาน "เวียงปึกษา"

จากการขับเคลื่อนมาเกือบปี เชียงรายมหานคร จังหวัดจัดการตนเอง มีิทิศทางแผนงานร่วมกัน "สภาคนฮักเจียงฮาย) ดังต่อไปนี้
๑) จัดประชุมคณะทำงานที่มาจากองค์กรต่าง ๆ ทุกเดือน
๒) จัดเวทีแลกเปลี่ยนสถานการณ์ ประเมินการขับเคลื่อน
๓) ศึกษาข้อมูลศักยภาพ ภาพรวม/วิเคราะห์สังเคราะห์ข้อมูล
๔) ยกร่าง พรบ. การบริหารราชการท้องถิ่นจังหวัดเชียงราย
๕) ประสาน ภาคีเครือข่าย หน่วยงานทุกภาคส่วน
๖) พัฒนาสื่อประชาสัมพันธ์
๗) พัฒนาพื้นที่รูปธรรมนำการเปลี่ยนแปลง

อย่างไรก็ตาม สภาคนฮักเจียงฮาย หรือเชียงรายมหานคร จังหวัดจัดการตนเอง เป็นเพียงจุดเริ่มต้น จะสามารถขับเคลื่อนให้เป็นจริงได้หรือไม่ คงขึ้นอยู่กับคนเชียงรายทุกคนที่จะเข้ามาร่วมกันขับเคลื่อนต่อไป

วันเสาร์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2554

เร่งสร้างนักสื่อสารชุมชน โดยเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนจังหวัดเชียงราย



เมื่อวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๕๔ ที่ผ่านมา นักสื่อสารชุมชนจากสภาองค์กรกชุมชนตำบล ๑๘ แห่ง ในจังหวัดเชียงรายได้ฝึกอบรมการพัฒนาเว็บไซต์สภาองค์กรชุมชนตำบลขึ้ิน เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงข้อมูลข่าวสารกันภายในจังหวัดและภายนอกเครือข่ายได้ติดตามสถานการณ์กัน ตลอดจนการเผยแพร่กิจกรรมดีดี จากชุมชนท้องถิ่นที่ร่วมสร้างความเข้มเข็งจากฐานล่าง ซึ่งกิจกรรมต่าง ๆ ก็เป็นพลังหนึ่งที่ช่วยสร้างสังคมประชาธิปไตยชุมชนที่แท้จริงโดยไม่ได้แบ่งฝ่าย เพราะทุกคนคือพี่น้องกัน


ผลงานจะออกมาสวยงามขนาดไหนสามารถติดตามได้ ตามเว็บลิงค์ตาม Manu bar ด้านข้างค่ะ ซึ่งเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนจังหวัดเชียงรายก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะมีนักสื่อสารกระจายอยู่ทุกตำบลเพื่อรายงานข่าวจากชุมชน

ข้อเสนอประชาชนกับนักการเมืองหลังการเลือกตั้ง

หลังจากการเลือกตั้งผ่านพ้นไป ความหวังของคนจนผู้เดือดร้อนยังรอคอยการช่วยเหลือผลักดัน ตลอดจนกระบวนการแก้ไขปัญหาร่วมกันของหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้ให้ความสำคัญความทุกข์ยากของพวกเขาบ้าง
ซึ่งกระบวนการแก้ไขปัญาขององค์กรชุมชน เครือข่ายต่าง ๆ ที่ผ่านมา ได้ดำเนินการมาแล้วระดับหนึ่ง เช่น การรวมตัวกันเพื่อ จัดเก็บรวบรวมข้อมูลปัญหาความเดือดร้อน ในประเด็นต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาหนี้สิน ของพี่น้องเกษตรกรเชียงราย ปัญหาความมั่นคงในที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย ในการประกอบอาชีพเพื่อการดำรงชีพ ปัญหาสวัสดิการที่ทำให้คุณภาพชีวิตได้อยู่ดีมีสุข องค์กรชุมชนยังมีการพัฒนาคณะทำงานของตนเองให้มีความรู้ความสามารถในการสื่อสาร ทั้งการจัดทำแผ่นพับ เว็บไซต์ หนังสือเล่มเล็ก รวมถึงการผลิตสื่อโทรทัศน์ การประสานงานหน่วยงานภาคีต่าง ๆ ทั้งแนวราบและแนวดิ่ง เพื่อเชื่อมร้อยแนวทางการทำงานร่วมกันสู่เป้าหมายเดียวกัน คือแก้ไขปัญหาความยากจนทุกมิติ รวมถึงเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับองค์กรชุมชนให้เกิดการยอมรับจากทุกภาคส่วน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของกลไกการแก้ไขปัญหาของชุมชนเอง ซึ่งคนในชุมชนย่อมรู้จริงกว่าใคร ๆ
ณ วันนี้ เครือข่ายสภาองค์กรชุมชน จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นองค์กรชุมชนฐานราก ฐานล่างสุดของชุมชนที่มาจากตัวแทนของกลุ่มองค์กรในระดับหมู่บ้านและตำบล ได้รวบรวมปัญหา และความต้องการของชาวบ้าน ผ่านการกลั่นกรองหลายเวที จนได้ข้อเสนอต่อตนเอง ข้อเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และข้อเสนอระดับโยบาย จึงได้จัดเวทีผนึกพลังภาคีความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนประชาธิปไตยชุมชนสู่การปฏิรูปสังคมเชียงราย จากระดับล่างสู่บน เมื่อวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๕๔ ที่ผ่านมา ร่วมกับ สภาพัฒนาการเมือง สถาบันส่งเสริมประชาธิปไตยเพื่อการต่างประเทศ (NDI) และกลุ่มเครือข่ายปัญหาต่าง ๆ ในจังหวัดเชียงราย เพื่อส่งต่อข้อเสนอให้กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย และผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ขึ้น ตามระบอบประชาธิปไตย
การจัดงานดังกล่าว ได้รับความร่วมมือจากรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย เป็นอย่างดี รวมถึง ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายก็ได้ส่งตัวแทนเข้าร่วม พร้อมให้ข้อคิดเห็นข้อแลกเปลี่ยนที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ซึ่งไร้เงาสมาชิกผู้แทนราษฎร แม้แต่คนเดียว ทำให้พี่น้ององค์กรชุมชนหลายเครือข่ายผิดหวังอย่างมาก แต่ก็พยายามที่จะเข้าใจในภาระกิจของท่าน หรืออาจเป็นพราะหมดโปรโมชั่นหลังการเลือกตั้ง
แต่อย่างไรก็ตาม พี่น้องเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนจังหวัดเชียงราย และพี่น้องภาคีเครือข่ายต่าง ๆ ในจังหวัดเชียงรายยังเห็นพ้องต้องกันว่า จะร่วมแรงร่วมใจในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาชุมชนท้องถิ่นให้เข้มแข็งต่อไปโดยไม่รอหน่วยงานใด ๆ พร้อมกันนี้ยังสัญญาว่า จะมีเวทีติดตามความก้าวหน้าจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามความก้าวหน้าทางนโยบายต่อไป ทุก ๆ ๓ เดือน และ ๖ เดือนสืบไป จนกว่าหน่วยงานต่าง ๆ ในจังหวัด และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเราจะให้ความสนใจและนำไปผลักดันสู่รัฐบาล